จอโทรศัพท์แตกซ่อมได้ไหม? รวมสาเหตุและวิธีแก้ไขครบจบ
จอโทรศัพท์แตกเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นได้บ่อยสำหรับผู้ใช้งานโทรศัพท์ ไม่ว่าจะเกิดจากการหยิบจับแบบไม่ระมัดระวังหรืออุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด แต่ปัญหาที่ตามมาหลังหน้าจอมือถือแตกก็มีมากมาย เช่น การใช้โทรศัพท์ไม่สะดวกเหมือนเมื่อก่อน แต่ยังต้องทนใช้ต่อไป เพราะราคาการเปลี่ยนหน้าจอใหม่ก็อาจสูงจนจ่ายไม่ไหว
อย่างไรก็ตามการทนใช้โทรศัพท์จอแตกก็ไม่ใช่เรื่องดี แนวทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมจึงเป็นการส่งให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบและซ่อมแซม ซึ่งบางกรณีที่หน้าจอเสียหายแค่บางจุดค่าใช้จ่ายก็อาจไม่สูงเท่าการเปลี่ยนจอใหม่ มาดูกันว่าหากจอโทรศัพท์แตกขึ้นมาควรทำอย่างไร ส่งซ่อมได้มั้ย เพื่อให้ทุกคนเข้าใจทุกเรื่องเกี่ยวกับปัญหาจอโทรศัพท์แตก
- หน้าจอโทรศัพท์แตกเกิดจากอะไร?
- หน้าจอโทรศัพท์แตกมีกี่แบบ? สังเกตอาการก่อนส่งซ่อม
- จอโทรศัพท์แตก ควรทำอย่างไร? อธิบายทุกขั้นตอนจนถึงการส่งซ่อม
- วิธีป้องกันไม่ให้หน้าจอโทรศัพท์แตก
- จอโทรศัพท์แตก ไม่ต้องกังวล! ซ่อมได้ที่ MBK Center
- คำถามที่พบบ่อย
Key Takeaway
- หน้าจอโทรศัพท์แตกมักเกิดจากการกระแทกหรือทำโทรศัพท์ตกจากที่สูงเป็นส่วนใหญ่ แต่นอกจากนั้นก็มีสาเหตุจากอุณหภูมิ แรงกดทับ และปัญหาแบตบวม
- หน้าจอที่แตกมีอยู่หลายแบบ ทั้งแบบที่ฟิล์มแตกหรือกระจกหน้าจอแตกเฉย ๆ และแบบที่จอด้านในแตก ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรงมาก
- ก่อนจะส่งโทรศัพท์มือถือไปซ่อมควรประเมินความเสียหาย สำรองข้อมูล และดูแลป้องกันไม่ให้รอยแตกนั้นขยายกว้างกว่าเดิม
- การส่งโทรศัพท์ซ่อมกับทางร้านจะมีผลดีด้านราคาและความสะดวก ส่วนทางศูนย์โทรศัพท์จะมีข้อดีที่มาตรฐานและการดูแลจากทางแบรนด์โดยตรง
- MBK Center มีร้านโทรศัพท์ให้เลือกมากมาย ดูแลครบจบทุกเรื่องทั้งหน้าจอแตก แบตเสื่อม หรือเครื่องเสีย
หน้าจอโทรศัพท์แตกเกิดจากอะไร?
บางครั้งสาเหตุที่หน้าจอโทรศัพท์แตกก็ไม่ได้มาจากการกระแทกหรือตกจากที่สูงเพียงอย่างเดียว แต่มีที่มาจากหลายสาเหตุ ทำให้บางคนหยิบมือถือขึ้นมาแล้วก็พบว่าหน้าจอแตกทั้งที่ไม่ได้กระแทกหรือทำหล่นเลย มาดูกันว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่ส่งผลให้โทรศัพท์แตก
-
- การกระแทกอย่างรุนแรง : การทำตกจากที่สูงหรือมีของหนัก ๆ มากระแทกหน้าจอเป็นสาเหตุหลักที่ส่งผลให้หน้าจอโทรศัพท์แตก ทางที่ดีควรเลือกใช้ฟิล์มกันกระแทกหากเป็นคนที่ทำโทรศัพท์ตกบ่อย
- สิ่งของมีคมขูดหน้าจอ : เวลาใส่โทรศัพท์ร่วมกับสิ่งของต่าง ๆ แล้วเดินไปไหนมาไหน อาจส่งผลให้สิ่งของมีคมขูดไปกับหน้าจอจนแตกได้
- แรงกดทับ : บางครั้งการใส่โทรศัพท์ไว้ในกระเป๋าแล้วขยับลงไปนั่งโดยไม่ระวัง ก็อาจทำให้โทรศัพท์อยู่ในตำแหน่งที่ร่างกายของเราทับลงไป ส่งผลให้หน้าจอแตกได้เช่นกัน
- อุณหภูมิรอบตัวเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว : เป็นสาเหตุที่เกิดได้ยาก แต่เมื่อโทรศัพท์ถูกย้ายจากที่เย็นจัดไปร้อนจัดทันที จะทำให้หน้าจอเกิดการขยายหรือหดตัวจนเกิดรอยร้าวและแตกได้
- แบตเตอรี่บวมดันหน้าจอ : เกิดจากการเสื่อมสภาพจนแบตเตอรี่บวมขึ้นมาดันหน้าจอ ส่งผลให้หน้าจองอและแตกได้ ซึ่งปัญหาแบบนี้ไม่ควรปล่อยไว้ เพราะอาจอันตรายถึงขั้นระเบิด ควรส่งซ่อมทันที
หน้าจอโทรศัพท์แตกมีกี่แบบ? สังเกตอาการก่อนส่งซ่อม
หน้าจอโทรศัพท์แตกมีอยู่หลายแบบ ความรุนแรงและแนวทางในการซ่อมก็จะแตกต่างกันไปตามอาการ การเปลี่ยนหน้าจอเลยก็อาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป มาทำความเข้าใจกันว่าอาการแบบไหนซ่อมได้บ้าง แล้วอาการแบบไหนควรเปลี่ยนจอใหม่
ฟิล์มโทรศัพท์แตก
ฟิล์มโทรศัพท์แตกเป็นปัญหาที่ชวนให้หลายคนสับสน เพราะบางคนใส่ฟิล์มโทรศัพท์แล้วเผลอทำหล่นจนมันมีรอยแตกขึ้นมา ทำให้เกิดความกังวลว่าหน้าจอโทรศัพท์แตกหรือเปล่า จริง ๆ มันเป็นแค่รอยบนฟิล์มเท่านั้น คุณสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ตามปกติ เพียงแต่มันจะมีรอยบนหน้าจอดูแล้วไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ แต่จริง ๆ ก็สามารถแก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการลอกฟิล์มเก่าออกแล้วเปลี่ยนใหม่ก็หมดเรื่องแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอใหม่
กระจกหน้าจอแตก
กระจกหน้าจอแตกเกิดจากกระจกหน้าจอที่ทำหน้าที่ปกป้องหน้าจอด้านในเกิดแตกขึ้นมา ซึ่งส่งผลให้มีรอยแตกเกิดขึ้นมา แต่คุณยังสามารถใช้งานโทรศัพท์ได้ตามปกติ เพราะหน้าจอด้านในยังคงไม่ได้รับความเสียหาย เพียงแต่ต้องระวังเวลาสัมผัสรอยแตกตัวกระจกหน้าจออาจจะบาดนิ้วได้ โดยปัญหากระจกหน้าจอแตกสามารถซ่อมได้และมีค่าใช้จ่ายไม่สูงเท่าการเปลี่ยนหน้าจอทั้งหมด จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนหน้าจอใหม่
หน้าจอด้านในโทรศัพท์แตก
หน้าจอด้านในโทรศัพท์หรือทัชสกรีนเป็นส่วนที่อยู่หลังกระจกหน้าจอ หากส่วนนี้ได้รับความเสียหายจะเกิดเป็นแถบเส้น ๆ หรือจุดสีดำขึ้นมา ซึ่งส่งผลต่อการแสดงผลของหน้าจอและทำให้ไม่สามารถใช้ทัชสกรีนของโทรศัพท์ได้ตามปกติ และแน่นอนว่าหากหน้าจอด้านในเกิดความเสียหาย แม้กระจกหน้าจอจะไม่แตกก็ตาม เวลาซ่อมก็จะต้องเปลี่ยนหน้าจอใหม่ทั้งหมดและมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง หากไม่มีประกันที่ครอบคลุมปัญหาตรงส่วนนี้ หลายคนก็เลือกจะซื้อโทรศัพท์ใหม่แทนการเปลี่ยนหน้าจอ
จอโทรศัพท์แตก ควรทำอย่างไร? อธิบายทุกขั้นตอนจนถึงการส่งซ่อม
หลังจากที่พบว่าหน้าจอโทรศัพท์แตกสิ่งที่ควรทำอย่างแรกไม่ใช่การเปลี่ยนหน้าจอใหม่ทันที แต่ควรเริ่มจากการตรวจสอบเบื้องต้นเพื่อหาวิธีแก้ปัญหาที่เหมาะสมและตรงจุดมากที่สุด โดยสามารถทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ได้เลย
ประเมินอาการและความเสียหายของหน้าจอเบื้องต้น
ขั้นตอนแรกควรประเมินด้วยตัวเองก่อนว่าความเสียหายของหน้าจอโทรศัพท์เป็นแบบไหน เช่น หน้าจอยังสามารถใช้งานได้ตามปกติไหม ทัชสกรีนติดหรือเปล่า มีรอยแตกหรือแถบเส้นแปลก ๆ ขึ้นบนจอหรือเปล่า การทำแบบนี้จะช่วยให้เห็นว่าความเสียหายของหน้าจอนั้นร้ายแรงจนต้องส่งซ่อมเลยไหม หากพบว่าแค่เป็นรอยที่ฟิล์มก็สามารถใช้ต่อไปได้ หรือนำโทรศัพท์ไปเปลี่ยนฟิล์มใหม่ก็แก้ปัญหาได้แล้ว
ดูแลมือถือไม่ให้เกิดความเสียหายมากกว่าเดิม
หลังจากที่พบว่าโทรศัพท์หน้าจอแตกหรือมีปัญหา ควรดูแลมือถือให้ดีมากขึ้น ระวังไม่ให้หล่นซ้ำอีกหรือเวลาใช้งานก็ไม่ต้องฝืนกดลงไปบนหน้าจอแรง ๆ หากกดทัชสกรีนแล้วไม่ติด เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสียหายที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้นกว่าเดิม จากนั้นจึงเตรียมส่งซ่อมที่ศูนย์หรือร้านซ่อมโทรศัพท์ที่มีความเชี่ยวชาญ
สำรองข้อมูลสำคัญก่อนส่งซ่อม
ก่อนจะนำมือถือไปซ่อมควรเก็บสำรองข้อมูลสำคัญให้เรียบร้อย และต้องไม่ลืมตั้งรหัสผ่านโทรศัพท์มือถือให้รัดกุมที่สุด เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ และป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญเกิดการสูญหาย หากโทรศัพท์ไม่สามารถซ่อมให้กลับมาใช้งานได้ตามเดิม
ส่งซ่อมที่ร้านหรือศูนย์โทรศัพท์
หลังจากจัดการเรื่องข้อมูลโทรศัพท์เรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาส่งโทรศัพท์ไปซ่อมแล้ว โดยสามารถส่งซ่อมได้ทั้งที่ร้านและศูนย์ของโทรศัพท์ ซึ่งมีข้อดีแตกต่างกัน สำหรับการซ่อมกับร้านโทรศัพท์มือถือจำเป็นต้องเลือกร้านที่มีช่างซ่อมโทรศัพท์ที่มีความชำนาญ ข้อดีคือราคาจะค่อนข้างเป็นมิตรมากกว่า ส่วนการส่งศูนย์โทรศัพท์โดยตรงจะมีมาตรฐานที่สูงและได้รับการซ่อมจากผู้เชี่ยวชาญจากแบรนด์นั้น ๆ โดยตรง แต่ก็อาจจะมีระยะเวลาการส่งซ่อมที่นานกว่าร้านมือถือ หลังจากส่งซ่อมแล้วทางร้านหรือศูนย์ก็จะมีการตรวจสอบอาการอีกที จากนั้นจึงให้คุณเลือกว่าจะเปลี่ยนหน้าจอใหม่เลย หรือถ้าจอด้านในไม่ได้รับความเสียหายก็สามารถเลือกซ่อมเฉพาะจุดที่เสียได้ ไม่ต้องเปลี่ยนหน้าจอใหม่
วิธีป้องกันไม่ให้หน้าจอโทรศัพท์แตก
สำหรับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนหน้าจอหรือซ่อมบ่อย ๆ การป้องกันจะช่วยหลีกเลี่ยงความเสียหายและค่าใช้จ่ายที่มาจากปัญหาหน้าจอแตกได้ โดยวิธีป้องกันที่ทำได้ง่าย ๆ มีดังนี้
- ไม่ทำโทรศัพท์มือถือตกบ่อย ๆ ระมัดระวังเวลาใช้งานหรือเวลาหยิบจับโทรศัพท์ เพราะหากไม่ระวังอาจเผลอเอามือถือไปกระแทกกับขอบโต๊ะหรือของแข็งต่าง ๆ ได้
- ติดฟิล์มป้องกันหน้าจอ ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายได้หากพลาดพลั้งทำโทรศัพท์ตก โดยฟิล์มจะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนและแรงกระแทก หากฟิล์มเป็นรอยแตกก็สามารถเปลี่ยนฟิล์มใหม่ได้ในราคาที่จับต้องได้
- ใช้เคสกันกระแทกที่ออกแบบมารองรับเวลาโทรศัพท์ตก ตัวเคสจะช่วยป้องกันไม่ให้หน้าจอกระแทกกับพื้นโดยตรง ช่วยลดความเสียหายจากอุบัติเหตุที่ไม่ได้ตั้งใจได้
จอโทรศัพท์แตก ไม่ต้องกังวล! ซ่อมได้ที่ MBK Center
ปัญหาจอโทรศัพท์แตกอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่อย่างที่คิดหากจอด้านในไม่ได้รับความเสียหาย จึงไม่มีความจำเป็นต้องเปลี่ยนจอใหม่ แต่หากจอด้านในได้รับความเสียหายมีรอยเส้นแปลก ๆ ขึ้นมาบนหน้าจอ หรือทัชสกรีนใช้ไม่ได้ ก็จำเป็นต้องส่งซ่อมทันที เพื่อป้องกันไม่ให้รอยแตกบนจอขยายมากขึ้น หน้าจอติด ๆ ดับ ๆ จนโทรศัพท์พังได้
สำหรับคนที่มองหาร้านซ่อมโทรศัพท์ที่ให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญ ขอแนะนำ MBK Center แหล่งรวมร้านซ่อมโทรศัพท์ใจกลางเมืองกรุงที่มีร้านโทรศัพท์ให้เลือกมากมาย สามารถดูแลได้ทุกปัญหาเกี่ยวกับโทรศัพท์ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแตก ชาร์จแบตไม่เข้า แบตเสื่อม ต้องการเปลี่ยนแบตใหม่ทางร้านก็รับดูแล แต่นอกจากร้านซ่อมโทรศัพท์ให้เลือกหลากหลายแล้ว MBK Center ยังติดกับรถไฟฟ้า ทำให้การเดินทางมาซ่อมโทรศัพท์ของคุณสะดวกยิ่งขึ้น โดยคุณสามารถซ่อมมือถือหรือเลือกซื้ออุปกรณ์ IT ใหม่ ๆ ได้ที่โซน IT Mobile & Gadget ภายใน MBK Center หลังซ่อมมือถือเรียบร้อยแล้วคุณก็สามารถไปช็อปปิ้งต่อได้ทันที !
สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อได้ที่
คำถามที่พบบ่อย
หน้าจอโทรศัพท์แตกใช้ต่อได้ไหม ต้องเปลี่ยนหรือเปล่า?
หน้าจอโทรศัพท์แตกแล้วยังใช้งานต่อได้ ขึ้นอยู่กับความเสียหายของหน้าจอ หากหน้าจอด้านในเสียหายควรเปลี่ยนและซ่อมทันที หากเป็นเพียงฟิล์มหรือรอยแตกเล็ก ๆ บนกระจกหน้าจอยังพอใช้ต่อได้
ซ่อมจอโทรศัพท์ที่ MBK ใช้เวลานานไหม?
ซ่อมจอโทรศัพท์ที่ MBK Center โดยปกติจะใช้เวลา 30-60 นาที แต่ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นของโทรศัพท์และจำนวนคิวในตอนนั้นด้วย
ควรเลือกร้านซ่อมมือถือใน MBK ยังไงดี?
ควรเลือกร้านซ่อมมือถือใน MBK จากรีวิวต่าง ๆ เมื่อไปสอบถามเรื่องราคาก็สามารถแจ้งราคาที่ชัดเจนและเหมาะสมได้ รวมถึงทางร้านสามารถให้คำแนะนำและการรับประกันหลังซ่อม เพื่อความสบายใจในการส่งมือถือไปซ่อมกับทางร้าน
ต้องจองคิวก่อนซ่อมมือถือที่ MBK หรือไม่?
ไม่จำเป็นต้องจองคิวซ่อมมือถือที่ MBK Center คุณสามารถเดินเลือกร้านที่รับซ่อมโทรศัพท์ จากนั้นก็เข้าไปติดต่อทางร้านได้เลย
ร้านซ่อมมือถือที่ MBK Center มีการรับประกันหลังการซ่อมกี่วัน?
ร้านซ่อมมือถือส่วนใหญ่ที่ MBK Center จะให้ระยะเวลาการรับประกันหลังการซ่อมอยู่ที่ 30 ถึง 90 วัน (ขึ้นอยู่กับชนิดของอะไหล่และเงื่อนไขของแต่ละร้าน)
มาซ่อมมือถือที่ MBK วันไหนได้บ้าง?
สามารถมาซ่อมมือถือที่ MBK ได้ทุกวัน เพราะร้านโทรศัพท์ที่ MBK ส่วนใหญ่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 11.00 - 22.00 น.