สมัครสมาชิก      ลืมรหัสผ่าน




          ภาวะเศรษฐกิจประเทศไทยในช่วงปลายปี 2551 เป็นต้นมา มีการชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง มีสาเหตุมาจากปัญหาทางด้านการเมือง
ภายในประเทศ รวมถึงโรคระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจไทยที่มีการชะลอตัวลง โดยภาคเศรษฐกิจ
ที่เห็นผลกระทบดังกล่าว คือ ภาคอุตสาหกรรมด้านบริการและการท่องเที่ยวมีการถดถอยอย่างเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้เศรษฐกิจโลกโดยรวม
ยังได้รับผลกระทบจาก วิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ที่ส่งผลกระทบไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน กิจการ
บางกิจการประสบปัญหาจนต้องลดขนาดกิจการลงหรือ ต้องปิดกิจการ อย่างไรก็ดีบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) (“MBK”) ก็ยังคง
สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีผลประกอบการอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ กล่าวคือ

          ผลการดำเนินงานในรอบปี 2551/2552 สิ้นสุด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 ของบริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย
(“กลุ่มบริษัท”) มีรายได้รวม 6,287.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2550/2551 ร้อยละ 2.79 มีกำไรสุทธิ 1,308.38 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 6.66
โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ส่วนงานธุรกิจโรงแรมของกลุ่มบริษัทที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการณ์ทางการเงินโลกและปัญหาการเมือง
ภายในประเทศ และส่วนงานธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายข้าวสารมีผลการดำเนินงานที่ลดลง ซึ่งเป็นไปตามกลไกของตลาด สำหรับฐานะการ
เงิน ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2552 บริษัทและกลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมจำนวน 24,653.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.04 มีหนี้สินรวมจำนวน
12,455.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 17.82 และส่วนของผู้ถือหุ้นจำนวน 12,197.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 18.25

          ในรอบปีที่ผ่านมาบริษัทและกลุ่มบริษัท มีการพัฒนาและเติบโต ดังนี้
          ธุรกิจศูนย์การค้าโดยหลัก คือ ศูนย์การค้า MBK Center มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดรูปแบบใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไป
กับการปรับปรุงศูนย์การค้าให้ทันสมัย และสรรหาผู้เช่ารายใหม่ๆที่น่าสนใจเข้ามาทดแทน เพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้แล้วบริษัทฯ ยังเข้าร่วมลงทุน เพื่อบริหารจัดการศูนย์การค้าแห่งอื่น เมื่อเดือนกันยายน 2551 ได้เข้าร่วมลงทุนกับบริษัท สยาม
พิวรรธน์ จำกัด ในการซื้อหุ้นสามัญบริษัท เสรีเซ็นเตอร์ แมเนจเมนท์ จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจศูนย์การค้า เสรีเซ็นเตอร์ โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ
ขยายรายได้ในธุรกิจศูนย์การค้า ทั้งนี้ทางบริษัทฯ มีแผนงานที่จะปรับปรุงศูนย์การค้า เสรีเซ็นเตอร์ ครั้งใหญ่ คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณ
กลางปี 2553 ภายใต้ชื่อว่า ศูนย์การค้า Paradise Park

          นอกจากนี้แล้วบริษัทฯ ยังมีโครงการพัฒนาที่ดินบริเวณถนนพระราม 9 บนที่ดินประมาณ 14 ไร่ ในลักษณะ Community Mall ซึ่งมี
มูลค่าโครงการโดยรวมประมาณ 1,000 ล้านบาท โดยมีระยะเวลาในการพัฒนาโครงการประมาณ 1 ปี คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2553
          สำหรับธุรกิจโรงแรมนั้น ทางโรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส ได้มีดำเนินการปรับปรุงห้องพักครั้งใหญ่ รวม 455 ห้อง งบลงทุนประมาณ
500 ล้านบาท คาดว่า จะดำเนินการแล้วเสร็จในปลายปี 2552 นอกจากนี้แล้วบริษัทฯ มีแผนการลงทุนก่อสร้างโรงแรมในสนามกอล์ฟ เดอะ
ล็อค ปาล์ม กอล์ฟ คอร์ส จังหวัดภูเก็ต เป็นโครงการในลักษณะ Golf Lodge จำนวน 49 ห้องพัก โดยจะใช้งบลงทุนประมาณ 60 ล้านบาท
ระยะเวลาในการพัฒนาโครงการประมาณ 1 ปี ส่วนโครงการพัฒนาโรงแรมรีสอร์ท บนที่ดินที่เกาะสมุยนั้น ทางบริษัทฯ ยังมิได้เร่งดำเนินการ
แต่อย่างไร เนื่องจากสภาพทางด้านการลงทุนยังไม่เอื้ออำนวยในขณะนี้ ทั้งนี้หากสถานการณ์ด้านการลงทุนเหมาะสม ทางบริษัทฯ ก็พร้อมที่
จะพัฒนาโครงการได้ทันที เนื่องจากได้มีการศึกษาโครงการไว้แล้วอย่างรอบคอบ

          ส่วนธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งดำเนินธุรกิจโดย บริษัท แปลน เอสเตท จำกัด (“PST”) และบริษัทย่อย ของ PST ในช่วงปีที่
ผ่านมาได้มีการชะลอตัวลงตามภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดีการพัฒนาโครงการของทาง PST นั้นจะไม่เป็นภาระให้กับทาง MBK เนื่องจากการ
ลงทุนสร้างบ้านในโครงการจะเป็นการก่อสร้างตามความต้องการของลูกค้า เพื่อไม่ให้เกิดภาระบ้านค้างสต๊อกแก่บริษัท

          สำหรับการพัฒนาในส่วนธุรกิจกอล์ฟนั้น ขณะนี้ทางบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพัฒนาโครงการสนามกอล์ฟที่ปทุมธานี ซึ่งจะเป็น
สนามกอล์ฟมาตรฐาน 18 หลุม คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นปี 2553 โดยใช้งบพัฒนาสนามกอล์ฟและอาคารสโมสรประมาณ 350 ล้าน
บาท นอกจากนั้นยังมีที่ดินบริเวณรอบสนามกอล์ฟที่สามารถเป็นโครงการบ้านพักอาศัยริมสนามกอล์ฟ ที่ทางบริษัทฯ เตรียมจะพัฒนา
โครงการในลำดับต่อไป

          ในส่วนของธุรกิจข้าว ซึ่งดำเนินธุรกิจโดยบริษัท ปทุมไรซมิล แอนด์ แกรนารี จำกัด (มหาชน) (“PRG”) ในปีที่ผ่านมาได้ร่วมกับ
สถาบันค้นคว้า และ พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ข้าวกล้องงอกหอมมะลิ นูทรากาบาไรซ์
(NUTRA GABA RICE) ภายใต้ตราสินค้า “มาบุญครอง พลัส”

          ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทและกลุ่มบริษัท นอกจากจะมีความมุ่งมั่นพัฒนาและขยายการดำเนินธุรกิจแล้ว ยังได้ให้ความสำคัญ
ต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) การมีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (Corporate Social Responsibility)
นอกจากนั้นยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นการพัฒนาระบบบริหารและการจัดการภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพมาก
ยิ่งขึ้น

          ผมในฐานะประธานกรรมการ ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน ลูกค้า กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน รวมถึงผู้มีส่วนสนับสนุนบริษัทฯ
ทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จนทำให้ผลการดำเนินงานของบริษัทเป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด
สามารถบรรลุวิสัยทัศน์ เป้าหมาย นโยบายตามที่บริษัทกำหนด




นายบันเทิง ตันติวิท
ประธานกรรมการ




 
ข้อมูลบริษัท
 
สารจากประธานกรรมการ
ประวัติ MBK
ลักษณะการประกอบธุรกิจ
บริษัทในเครือ
วิสัยทัศน์
คณะกรรมการและผู้บริหาร
นักลงทุนสัมพันธ์ (Investor)
การกำกับดูแลกิจการที่ดี(GCG)
ข่าว - กิจกรรมต่างๆ
MBK Center Thousand of shop, Millions of People , Endless Bargains
MBK Center, 444 Phayathai Rd., Patumwan, Bangkok Tel : +66-2620-9000 
E-newsletter : Register Cancel